วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2552

Resume(2) ส่วนที่1

ส่วนที่1 ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ E-mail

ต่อไปในส่วนนี้เราจะมา focus แต่ละส่วนกันเลยดีกว่าครับ โดยส่วนแรกนี้จะเป็นส่วนที่ง่ายที่สุดเลย
คือ
1. ชื่อ
2. ที่อยู่
3. เบอร์ติดต่อ ควรจะมีทั้งเบอร์ มือถือ และเบอร์บ้าน แต่ส่วนใหญ่เค้าจะติดต่อกลับเป็นมือถือเพราะฉะนั้นอย่าให้แบตมือถือหมดตอนกลางวันหรือตอนเย็นเพราะไม่งั้นเค้าอาจจะติดต่อเราไม่ได้
4.E-mail ควรที่จะเป็น Mail ที่เราเข้า check เป็นประจำเพราะไม่งั้นถ้าเค้าส่งข้อมูลอะไรมาให้เราจะพลาดโอกาสได้ครับ

ซึ่งส่วนที่หนึ่งก็หวังว่าคงจะไม่เกินความสามารถของพวกเราทุกคนนะครับ เป็นส่วนที่เอาให้เค้าติดต่อเราแค่นี้เองครับ อย่าลืมตรวจสอบด้วยว่า เบอร์ติดต่อนั้นถูกต้องหรือเปล่าครับ และ E-mail นั้นถูกต้องด้วยรึเปล่า

Resume (1)

หลังจากที่เราเตรียมเอกสาร ใบประกาศแล้ว
ขั้นตอนต่อไปก็รวบรวมประวัติของเราโดยคิดว่าเราผ่านอะไรมาบ้างในชีวิต จดใส่กระดาษโดยแยกออกเป็นส่วนตามนี้

ส่วนที่1 ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ E-mail
ส่วนที่2 ข้อมูลส่วนตัว
ส่วนที่3 ประวัติการศึกษาตั้งแต่อนุบาล ยัน ระดับที่เราเรียนจบ
ส่วนที่4 ประวัติการฝึกงาน
ส่วนที่5 รางวัลและผลงานเป็นพิเศษ
ส่วนที่6 ประวัติการทำงาน
ส่วนที่7 ทักษะ หรือความสามารถที่เรามี
ส่วนที่8 กิจกรรมที่เคยทำ (ยี่งมีมากยิ่งดี)

ซึ่งอาจจะมีส่วนอื่น แต่ของผมนั้นมีแค่นี้นะครับ ซึ่งสำหรับผมว่ามันก็มีเพียงพอแล้ว เพราะถ้ามีเยอะกว่านี้อาจทำให้กรรมการนั้นไม่รู้ว่าเราเด่นด้านไป อาจจะเลือกตัดบางส่วนออก หรือเพิ่มเติมซึ่งก็แล้วแต่ลักษณะความชอบ ความถนัด หรือชนิดของงาน ว่า Resume ควรจะมีจุดเด่นด้านไหน

ขั้นตอนนี้สำคัญมากนะครับอาจจะใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่พยายามเขียนออกมาให้มากที่สุดก่อน ถ้าหากยังไม่มี Resume ก็อย่ารอช้าเขียนเลยดีกว่าครับ

Resume ประวัติส่วนตัว

ผมยังจำได้เลยว่าแรกๆนั้น ก่อนสมัครงานนั้นเราจะต้องมี Resume ให้เจ๋งๆ ก่อนเพื่อที่ว่า พอบริษัทเห็นแล้วจะได้ประทับใจ และเรียกเรามาสัมภาษณ์ ผมหาข้อมูลวิธีการเขียนResumeในแบบต่างๆ ซึ่งจริงๆแล้วไม่มีแบบตายตัว แล้วแต่ว่าเจ้าของ Resume จะชอบแบบไหนก็เลือกแบบนั้น อยากใส่ข้อมูลอะไรก็ใส่เข้าไปได้เลยไม่มีผิด
ซึ่งปัจจุบันนั้น Resume ประจำตัวของเรานั้นควรเป็นภาษาอังกฤษด้วยเพื่อที่ว่าจะได้ไปสมัครบริษัทชั้นนำแล้วคนต่างชาติเค้าอ่านออก แต่มี Version ภาษาไทยด้วยก็ได้ (ผมก็ไม่ไ่ม่มี Version ภาษาไทยเลย)

ในการเริ่มต้นเขียนนั้น ผมแนะนำเลยว่าให้นำเอกสารใบประกาศเกียรติคุณที่เราเคยได้นั้นมากเรียงให้หมดและเก็บเข้าแฟ้มเดียวไว้ได้เลย โดนเรียงจากปัจจุบันไล่ไปถึงอดีต ซึ่งถ้าหากว่าใครที่มีเยอะนั้นก็สบายใจได้เลยว่าเราเป็นคนมีความสามารถ มีประสบการณ์เยอะ แต่ส่วนใครที่มีน้อยนั้นอาจจะเป็นเพราะไม่มีเวลาก็ไม่ต้องห่วงรวบรวมเอาไว้ก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยคิดทีหลัง

สมัครงาน

ผมได้ทำงานไปปีกว่าๆ แล้ว แต่แล้ววันนึงก็ได้ข่าวว่าปี 2552 ประเทศไทยจะมีคนตกงานเิ่ิ่พิ่มขึ้นเป็นกว่าหนึ่งล้านคนจึงทำให้ความทรงจำในช่วงตอนสมัครงานเกิดขึ้นมา จึงอยากที่จะเขียนบทความเกี่ยวกับด้านการสมัครงานที่ผมเคยรบรวม

ผมยังจำได้เลยช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ออกตระเวนสมัครงานทุกที่เท่าที่ผมรู้จัก ไม่ว่าจะสมัครทางมหาลัย หรือสมัครทาง Internet แต่ยังไม่ได้ไปสมัครที่บริษัทโดยตรงเพราะเดินทางไปคงจะไม่คุ้ม ซึ่งสิ่งแรกที่จะต้องทำนอกจากจะหางานแล้วเราก็จะต้องเตรียมตัวก่อนเพราะไม่ยังงั้นคงไม่มีใครมาเรียกแน่นอน

สิ่งที่ต้องเตรียมตัวอย่างแรกคือ เอกสาร

1. Resume ประวัติส่วนตัว ที่จะช่วยให้บริษัทดูว่าเรามีคุณสมบัติอะไรที่เหมาะกับตำแหน่งหรือไม่
2. Transcript ผลการศึกษา ที่ใช้แสดงว่าเรานั้นจบด้านไหนมา มีความตั้งใจในการเรียนเท่าไหร่
3. สำเนาทะเบียนบ้าน อย่าลืมขีดแล้วเขียนว่าใช้เพื่อจุดประสงค์ในการสมัครงานกับบริษัทไหนด้วยล่ะ
4. สำเนาบัตรประชาชน อันนี้สำคัญมากเลย อย่าลืมขีดแล้วเขียนว่าใช้เพื่อจุดประสงค์ในการสมัครงานกับบริษัทไหนด้วยล่ะ
5. รูปถ่าย 1 นิ้ว หรือ 2 นิ้ว ใช้สำหรับสมัครงาน
6. เอกสารผลงานอื่นๆ (ถ้ามี)

ซึ่งบางครั้งเราอาจจะดูว่าบริษัทที่เราต้องการสมัครนั้นต้องการเอกสารอะไรบ้าง ก็เตรียมตามนั้นเลย แต่ถ้าหากว่าเรามีไม่ครบละก็ส่งไปก่อน เพราะบางทีเค้าอาจจะสนใจเราก็เรียกคุยก่อนก็ได้